| |
|
|
|
ประวัติพืชฝิ่น

ในทางชีววิทยา ฝิ่นเป็นพืชพื้นเมืองแถบเมดิเตอร์เรเนียน ใครเป็นผู้ค้นพบฝิ่นนั้นยังเป็นความลี้ลับ (แต่เชื่อกันว่าการใช้ฝิ่นเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในแถบประเทศกรีก โรมัน เปอร์เซีย และอียิปต์ ประชาชนในประเทศเหล่านี้ ได้ตั้งชื่อพืชชนิดนี้ว่า “OPIUM” ซึ่งหมายถึง “น้ำผลไม้”) จากหลักฐานทางโบราณคดี วรรณคดี ได้มีการค้นพบร่องรอย และเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับฝิ่น เช่น การขุดพ้นกล้องยาฝิ่นงาช้าง (สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 3,000 ปี) ที่เกาะไซปรัส ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ รู้จักสูบฝิ่นมาตั้งแต่กว่าพันปีก่อนคริสตศักราช หรือในมหากาพย์หลาย ๆ เรื่องของกรีก เช่น อีเลียด และ โอดิสซี,เฮเลน ออฟ ทรอย ฯลฯ แม้กระทั่งเนื้อเพลง สวดบูชาพระแม่เจ้าดีมีเตอร์ ก็มีการกล่าวถึงสรรพคุณของฝิ่น นอกจากนั้นทางทฤษฎียาแผนโบราณของท่านฮิปโปรเครตีส บิดาแห่งวงการแพทย์ ก็ถือว่า ฝิ่นเป็นยาที่มีสรรพคุณพิเศษ ใช้ระงับความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี และสามารถบรรเทารักษาโรคได้สารพัดโรค
จากดินแดนตะวันออกกลาง ราว ๆ 356-323 ปีก่อนคริสตกาล อเล็กซานเดอร์มหาราชคือผู้ที่นำฝิ่นเข้าไปเผยแพร่ในประเทศอินเดีย และเข้าสู่จีนตามลำดับ และที่จีนนี้เอง อังกฤษผู้มีประโยชน์อย่างมหาศาล จากการผูกขาดค้าขายฝิ่นให้ชาวจีน เกิดการขัดแย้งกับรัฐบาลจีน ในปี ค.ศ. 1859 จนเกิดการสู้รบกัน กลายเป็นสงครามฝิ่นที่ยืดเยื้อถึง6 ปี และจีนตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ต่อมาราวๆปลายศตวรรษที่ 19 ต้นศตวรรษที่ 20 ชาวเขาหลายเผ่าจากจีนได้อพยพลงใต้ มาอาศัยอยู่ตามเทือกเขาแถบชายแดนไทย ลาว พม่า พร้อมกับนำเอาต้นฝิ่นมาแพร่พันธุ์ด้วย “ฝิ่น” จึงเข้าสู่สามเหลี่ยมทองคำและเริ่มแพร่หลายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ตำนานฝิ่นที่เล่าขานกันในหมู่ชาวเขาเผ่าต่างๆ มักจะมีเค้าโครง เรื่องที่คล้ายคลึงกันแทบทุกเผ่าคือเล่าว่า ต้นฝิ่นงอกออกมาจากหลุมฝังศพของผู้หญิง บางเผ่าก็เป็นหลุมฝังศพของหญิงสาว บางเผ่าก็เป็นหญิงชรา และมีกลิ่นเหม็น ดังเช่น ตำนานกำเนิดยาสูบ และฝิ่นของชนชาติลัวะ หรือตำนานกำเนิดฝิ่นของอาข่า
|
|
|
|